วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552

ตอนที่ 23 จูงใจคนทำงานด้วยสิ่งที่ไม่ใช่เงิน




เนื้อหาสารคดี


ตอนที่ 23 จูงใจคนทำงานด้วยสิ่งที่ไม่ใช่เงิน


คุณอำนวย มักให้คำตอบแก่เพื่อนหรือลูกค้าที่เป็นผู้บริหาร ที่ถามถึงเทคนิคบริหารลูกน้องให้รักบริษัท ว่านอกจากเงินเดือน โอที และโบนัสปกติแล้ว เขายังจูงใจลูกน้องด้วยสิ่งที่ไม่ใช่เงินอีกด้วยค่ะ..


ครับ..วิธีที่ผู้บริหารสามารถนำมาใช้เพื่อจูงใจให้พนักงานรู้สึกพอใจในงาน และสนุกที่จะทำงานมีหลายวิธี เช่น จูงใจด้วยสิ่งที่ไม่ใช่เงิน คือ


1. ต้องทำให้พนักงานรู้สึกว่าหน่วยงานมั่นคง..


2. มีสวัสดิการที่ดี..


3. ให้พนักงานเห็นว่า ทำงานแล้วมีโอกาสก้าวหน้า มีอนาคต มีตำแหน่งที่ดี..


4. มีระบบการให้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม คุ้มกับผลงาน นั่นหมายถึงงานเสี่ยงมากก็ควรจะได้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม..


5. มีนายที่ดี ทำงานด้วยแล้วสบายใจ..


6. มีเพื่อนร่วมงานที่ดี..


7. ให้พนักงานมีอำนาจหน้าที่ที่แน่นอน รู้ว่าตนจะทำอะไรได้บ้างและขึ้นกับใคร..


8. เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน..


9. มีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำงาน เช่นวันเสาร์-อาทิตย์ได้หยุดงาน หรือหลังจาก 17.00 น.ใครจะไม่ทำงานก็ได้..


10. ให้เขาได้ทำงานที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ..




ตอนที่ 22 ขวัญและกำลังใจ..สำคัญอย่างไร




เนื้อหาสารคดี


ตอนที่ 22 ขวัญและกำลังใจ..สำคัญอย่างไร


บริษัทของคุณราณีไม่โตสักที การเพิ่มผลผลิตลดลง พนักงานลาออกกันทุกเดือน ขาดพนักงานที่เชี่ยวชาญในการทำงาน ต้องสอนงานคนใหม่อยู่บ่อยๆ


เแหม..ใครจะทนอยู่ไหวล่ะคะ งานเยอะเงินน้อย..โบนัสไม่มี..โอทีไม่ได้.. สงสัยคุณราณีต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้ลูกน้องบ้างนะคะ


ขวัญและกำลังใจในการทำงาน หมายถึงสภาพจิตใจของพนักงาน เช่น ความรู้สึกหรือความคิดที่ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยและสภาพแวดล้อมในหน่วยงานรอบๆตัว ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับในรูปของพฤติกรรมการทำงาน..


ซึ่งความสำคัญก็อยู่ตรงที่ หากขวัญและกำลังใจของพนักงานตกต่ำ พวกเขาก็จะไม่กระตือรือร้นในการทำงาน ส่งผลกระทบให้งานล่าช้า ผลผลิตขาดคุณภาพ.. ในทางกลับกันหากพนักงานมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม พวกเขาก็จะเกิดความมุ่งมั่น พร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อพัฒนางานและหน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ..


เชื่อกันว่าแม้จะมีพนักงานที่เก่ง แต่ถ้าขาดขวัญและกำลังใจที่ดี ก็เหมือนรถที่มีเครื่องยนต์ดี แต่มีน้ำมันเหลืออยู่แค่ก้นถัง วิ่งไปไม่ไกลก็ต้องจอด แต่ถ้าพนักงานทั้งเก่งและมีขวัญและกำลังใจดี พร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อหน่วยงาน บริษัทเล็กๆ ก็อาจวิ่งแซงคู่แข่งรายใหญ่ได้เหมือนกัน


ดังนั้น ผู้บริหารจะละเลยเรื่องนี้ไปไม่ได้ ต้องบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานภายในองค์การด้วยนะครับ...




เนื้อหาสารคดีตอนที่ 21 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ (ตอนที่ 2)




เนื้อหาสารคดี


ตอนที่ 21 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ (ตอนที่ 2)


คุณเยาวภาเป็นผู้บริหารประเภทที่ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง แก้ไขปัญหากันเอง ฉันขอดูแต่ผลงานที่ออกมาเท่านั้น สินค้าของเธอก็เลยไม่เกิดการพัฒนา คู่แข่งรายเล็กแซงหน้าไปหลายเจ้าแล้วล่ะค่ะ


นั่นเป็นเพราะวิธีการบริหารงานของคุณเยาวภานั้นตรงกับบัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ คือ


1. คิดว่าการเป็นผู้บริหารแล้วไม่มีหน้าที่ต้องปรับปรุงงาน คิดว่าเมื่อเป็นผู้บริหารแล้วมีหน้าที่สั่งงานอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องลงมาช่วยหรือทำหน้าที่ในการปรับปรุงงาน


2. ตัดสินหรือวัดค่าจากผลงานเท่านั้น ไม่สนใจกระบวนการ จริงๆแล้วผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการด้วย เพราะเราสามารถปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ได้ผลงานหรือผลผลิตที่สูงขึ้นได้


3. มองไม่เห็นความสูญเสียที่จะเป็นไปได้ ชอบคิดว่าการสูญเสียมีไม่กี่อย่าง จึงไม่ระวังการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้


4. ไม่วิจารณ์ผลงานที่ดี ชอบคิดว่าได้ผลงานที่ดีที่สุดแล้ว จึงไม่คิดหาทางปรับปรุงต่อ หรือไม่มีการกระตุ้นให้มีการปรับปรุงมาตรฐานที่สูงขึ้น


5. ชอบการประนีประนอม ด้วยความเกรงใจหรือไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวผิดพลาด ทั้งๆ ที่ในหลายๆ กรณีผู้บริหารไม่ควรประนีประนอม โดยเฉพาะเรื่องที่ยุ่งยากและจำเป็นต้องใช้ความเป็นผู้นำเพื่อหาทางออกครับ.





เนื้อหาสารคดี ตอนที่ 20 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ (ตอนที่ 1)




เนื้อหาสารคดี


ตอนที่ 20 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ (ตอนที่ 1)


เมื่อรับคำสั่งจากคุณประพันธ์มาแล้ว ทุกคนในบริษัทไม่มีใครกล้ากลับไปถามเพิ่มเติมอีก กลัวถูกตำหนิว่าฟังไม่รู้เรื่อง เอ..กรณีแบบนี้เข้าข่ายสิ่งที่ผู้บริหารไม่ควรทำหรือเปล่าคะ..


ใช่แล้วครับ…การกระทำของคุณประพันธ์เข้าข่ายบัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำอยู่ 5 ประการ ดังนี้ครับ


1.คิดว่าการเป็นผู้บริหารนั้นคือ"การสั่งการ"แปลว่าจัดการได้แล้ว เพราะจริงๆแล้วการบริหารหรือการจัดการนั้น หมายถึงต้องชี้แนะและให้ความช่วยเหลือด้วย


2.บริหารสิ่งที่มองไม่เห็น คือรับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ได้เห็นด้วยตา แล้วนำมาดำเนินการ


3. มุ่งแต่ตรวจสอบ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเดิมๆ ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก


4. มุ่งเน้นที่การรับฟังรายงานและการประชุมมากเกินไป จะทำให้ไม่ได้ออกไปสัมผัสเรื่องจริงด้วยตาของตนเอง


และ 5. คิดว่า การวางแผน ลงมือทำ ตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไข ก็เพียงพอแล้ว


แต่จริงๆแล้วต้องเพิ่มขั้นตอน ตรวจสอบหลังการวางแผนก่อนลงมืออีก 1 ขั้นตอน จะช่วยให้โอกาสผิดพลาดมีน้อย หรือได้รับความเสียหายน้อยลงครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารไม่ควรทำ ส่วนที่เหลือจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้ในตอนต่อไปครับ





เนื้อหาสารคดี ตอนที่ 19 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ (ตอนที่ 2)




เนื้อหาสารคดี


ตอนที่ 19 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ (ตอนที่ 2)


เพราะคนเก่าสร้างปมปัญหาไว้มากมาย คุณสมศักดิ์ผู้บริหารคนใหม่เลยค่อนข้างหนักใจ แต่ก็ไม่ท้อเพราะเขาเตรียมนำหลักการแก้ปัญหาใน"บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ"มาใช้ค่ะ..


นบัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ จะแนะนำหลักบริหารที่สำคัญๆ ไว้ โดยมีถึง 6 ประการที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา นั่นคือ เมื่อตั้งเป้าหมายไว้แล้ว อย่าลืมวัดผลการปฏิบัติด้วยนะ ครับ..


1. ตั้งสมมติฐานของสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งจะทำให้เราแก้ไขได้ตรงจุด


2. มุ่งแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ตำหนิหรือหาคนผิด.. ทันทีที่มีปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องรีบหาทางแก้ไขทันที อย่ามัวเสียเวลาหาตัวคนทำผิดเพื่อตำหนิ..


3. จัดการที่สาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ คือต้องมั่นใจว่าจับประเด็นสาเหตุของปัญหาถูกต้อง


4. ทฤษฎีเกิดจากประสบการณ์ ก็คือบางปัญหาอาจจะต้องทดลองแก้ไขหลายๆครั้ง แต่ที่สุดแล้วผู้บริหารจะสามารถกำหนดวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องได้อย่างมั่นใจ


5. ขจัดการพูดที่ไร้การกระทำ หมายถึงถ้าพูดอะไรไปแล้วต้องลงมือทำทันทีอย่าดีแต่พูด แล้วแก้ไขและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก


6. บริหารเป้าหมาย คือไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาหรือบริหารกระบวนการใดก็ตาม เมื่อตั้งเป้าหมายไว้แล้ว อย่าลืมวัดผลการปฏิบัติด้วยนะ ครับ





ตอนที่ 18 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ (ตอนที่ 1)


เนื้อหาสารคดี




ตอนที่ 18 บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ (ตอนที่ 1)


คุณวัชรีเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถ ลูกค้าชื่นชมทุกราย แต่สำหรับลูกน้องแล้ว เธอเป็นเจ้านายที่บริหารไม่ค่อยเป็นสักเท่าไหร่ บางงานเธอเหมาทำคนเดียวหมด เพราะอยากให้ออกมาดีที่สุด นานๆ จะให้ลูกน้องได้คิดหรือแสดงฝีมือสักครั้ง.. เอ..บริหารงานแบบนี้จะดีหรือคะ?


บริหารงานแบบนี้คุณวัชรีต้องทำงานหนักมาก ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตน้อยหรือให้บริการไม่ทัน


แนะนำให้ใช้หลักการบริหาร 4 ประการแรกใน"บัญญัติ 10 ประการที่ผู้บริหารควรทำ"มาปรับใช้ครับ.. นั่นก็คือ


1. ต้องจัดลำดับความสำคัญของงาน คือแทนที่จะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ในครั้งเดียว ก็เลือกทำงานที่สำคัญที่สุดก่อน..


2. ต้องรู้จักกระจายงาน ย่อยงานให้เล็กลงแล้วมอบหมายให้คนอื่นรับผิดชอบตามความเหมาะสม


3. ผู้บริหารต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและระบุปัญหาได้ หมายถึงถ้าวางแผนงานและมอบหมายให้แต่ละคนแล้ว ก็ต้องบอกให้ชัดเจนว่าต้องทำอะไรและต้องเสร็จเมื่อไร โดยผู้บริหารต้องติดตามและให้คำแนะนำได้ด้วย


และ 4.อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีทางวิศวกรรมมาช่วยในการบริหาร เช่นการคำนวณวัตถุดิบเพื่อให้กระบวนการผลิตได้ผลที่คุ้มทุนที่สุด..


นี่คือแนวทางหรือบทบัญญัติส่วนหนึ่งที่ผู้บริหารควรนำมาปฏิบัติ เพื่อเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นครับ..




ตอนที่ 17 เทคนิคการเป็นหัวหน้างานที่ดี




ตอนที่ 17 เทคนิคการเป็นหัวหน้างานที่ดี


คุณธเนศเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลมาสองปีแล้ว แต่เขายังคงแสวงหาความรู้ทุกด้านอยู่เสมอ ล่าสุดก็เข้าร่วมสัมมนาเพื่อการเป็นหัวหน้างานที่ดี.. เพราะคุณธเนศคิดว่ายังมีเทคนิคการเป็นหัวหน้าอีกหลายอย่างที่ยังไม่รู้ค่ะ..


ถูกต้องครับ..เทคนิคการเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้นมีมากมาย เรียนรู้กันได้ไม่จบสิ้น…


อย่างเช่นว่า ต้องเป็นหัวหน้าที่ได้รับความเชื่อใจจากลูกน้อง ถ้าลูกน้องไม่เชื่อใจก็จะถูกปกปิดความจริงและไม่ได้รับความร่วมมือในการทำงาน…


หัวหน้างานต้องรับฟังลูกน้องและเป็นปากเป็นเสียงให้ได้ สามารถถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่จำเป็น หรือเรียกว่าเป็นสถานีรับส่งข้อความระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้นั่นเอง..


นอกจากนี้ หัวหน้าที่ดี เวลาทำงานควรมีจิตใจที่หนักแน่น มั่นคง สม่ำเสมอ ไม่ใช่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนลูกน้องหวาดผวาทำงานไม่เป็นสุข…


รวมทั้งต้องวางตัวกับลูกน้องทุกคนด้วยการรักษาระยะได้อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียง และต้องเอาใจใส่ทุกข์สุขของลูกน้องอย่างทั่วถึง ที่สำคัญต้องเป็นหัวหน้าที่สามารถตอบสนองความคาดหวังของลูกน้อง เป็นที่พึ่งของพวกเขาได้ตามความเหมาะสม…


หัวหน้าคนไหนอยากให้ลูกน้องยอมรับและพร้อมใจที่จะทำงานร่วมด้วยอย่างเต็มที่ ก็ต้องศึกษาเทคนิคเหล่านี้ เพื่อนำมาปรับปรุงตัวอยู่เสมอนะครับ